lnwshop logo

ชุดกระดูกเสื่อม (ไวทาลีน+ไบออส)

ชุดกระดูกเสื่อม (ไวทาลีน+ไบออส)
ชุดกระดูกเสื่อม (ไวทาลีน+ไบออส) thumbnail 1ชุดกระดูกเสื่อม (ไวทาลีน+ไบออส) thumbnail 2ชุดกระดูกเสื่อม (ไวทาลีน+ไบออส) thumbnail 3
หมวดหมู่ อวัยวะสกัดรวม (All organs)
ราคาปกติ 6,750.00 บาท
ลดเหลือ 6,050.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 20 มี.ค. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชุด
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

                      เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกระดูก (Bones)
         
       กระดูก ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างของร่างกายเท่านั้น   จริงๆแล้ว กระดูกมีหน้าที่หลายอย่าง และมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน

        กระดูก  เป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต และเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา   กระดูก มีหน้าที่บทบาทหลายอย่าง  ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกาย, ปกป้องอวัยวะสำคัญต่างๆ และทำให้เราเคลื่อนไหวได้  รวมทั้งเป็นที่อยู่ของไขกระดูก (bone marrow) ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด  และยังทำหน้าที่เป็นที่เก็บเกลือแร่ต่างๆ โดยเฉพาะแคลเซียม

        เมื่อแรกเกิด  เรามีกระดูกอ่อนประมาณ 270 อัน   เมื่อเราโตขึ้น กระดูกบางชิ้นได้รวมตัวกัน  เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราจะมีกระดูกเหลือเพียง 206 ชิ้น

        กระดูกชิ้นที่ใหญ่ที่สุด คือกระดูกต้นขา (thighbone or femur) และกระดูกชิ้นที่เล็กที่สุด คือ กระดูกโกลน (stapes) ในหูชั้นกลาง ซึ่งมีความยาวเพียง 3 มิลลิเมตร
Related image
Image result for stapes bone

        กระดูก ประกอบด้วยโปรตีน คอลลาเจน เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก่อตัวเป็น กรอบนิ่มๆ  แล้วมีเกลือแร่แคลเซียมฟอสเฟตมาเกาะ ทำให้โครงสร้างของกระดูกนี้แข็งแรง   มากกว่า 99% ของแคลเซียมในร่างกาย จะอยู่ที่กระดูก และฟัน

        โครงสร้างภายในของกระดูก มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง  จึงทำให้กระดูกมีความแข็งแกร่ง แต่น้ำหนักเบา
                                         Related image

โครงสร้างของกระดูก

Bone anatomy
 

                               กระดูก ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด:

1. กระดูกแข็ง Compact (cortical) bone: เป็นชั้นด้านนอกที่แข็ง  หนาแน่น  ทนทาน  คิดเป็น 80% ของมวลกระดูกในผู้ใหญ่

2. กระดูกเนื้อโปร่ง Cancellous (trabecular or spongy) bone: ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นแท่งๆ ประสานกันเป็นร่างแห   เป็นส่วนที่มีน้ำหนักเบา  หนาแน่นน้อยกว่า และยืดหยุ่นกว่าส่วนกระดูกแข็ง

         นอกจากนี้  ยังพบส่วนประกอบอื่นๆในกระดูกอีก คือ :

  • เซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูก (osteoblasts) และ เซลล์กระดูก (osteocytes)
  • เซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายกระดูก (osteoclasts or bone resorbing cells)
  • เนื้อกระดูก (matrix) ที่ยังไม่มีการสะสมเกลือแร่ (osteoid) ประกอบด้วยคอลลาเจน และโปรตีนชนิดอื่นๆ
  • เกลือแร่อนินทรีย์ที่อยู่ภายในเนื้อกระดูก
  • เส้นเลือดและเส้นประสาท
  • ไขกระดูก
  • กระดูกอ่อน (cartilage)
  • เยื่อหุ้มกระดูก (เยือหุ้มกระดูกชั้นใน - endosteum และ  เยื่อหุ้มกระดูกชั้นนอก -periosteum)

 

        เซลล์กระดูก

      กระดูก ไม่ได้เป็นเนื้อเยื่อที่ถาวร  มันต้องมีการซ่อม สร้าง และทำลายอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งขบวนการเหล่านี้ จะมีเซลล์ 3 ชนิดนี้ มาเกี่ยวข้อง

      Osteoblasts (เซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูก): ทำหน้าที่สร้างกระดูกใหม่ และซ่อมแซมกระดูกเก่า    Osteoblasts ทำหน้าที่สร้าง ส่วนผสมของโปรตีนที่เรียกว่า osteoid ซึ่งจะมีเกลือแร่มาเกาะตัวจนเกิดเป็นกระดูก   นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมทั้ง พรอสต้าแกลนดิน (prostaglandins)
     
      Osteocytes (
เซลล์กระดูก): เป็นเซลล์ osteoblasts ที่ไม่ทำงาน เนื่องจากถูกติดอยู่ในกระดูกที่มันสร้างขึ้นมาเอง   แต่จะทำหน้าที่สื่อสารกับเซลล์ osteocytes และ osteoblasts ตัวอื่นๆในเนื้อเยื่อกระดูก

      Osteoclasts (เซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายกระดูก) : เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 1 นิวเคลียส   ทำหน้าที่ย่อยสลายกระดูก  โดยหลั่งเอ็นไซม์ และกรดมาละลายเกลือแร่ในกระดูก แล้วย่อยสลายกระดูก   กระบวนการนี้ เรียกว่า  การเสื่อมสลายของกระดูก (resorption)   Osteoclasts ช่วยปรับแต่งกระดูกที่เกิดการบาดเจ็บ และสร้างทางให้เส้นเลือดและเส้นประสาทผ่านได้

Image result for Osteoblasts

 

 

        Bone marrow (ไขกระดูก)

      ไขกระดูก พบในกระดูกเกือบทุกชิ้นที่มีกระดูกเนื้อโปร่ง   ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดงประมาณ 2 ล้านเซลล์ทุกๆวินาที   และทำหน้าที่สร้าง  lymphocytes หรือเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันร่างกาย

       

        Extracellular matrix (ส่วนประกอบโปรตีนโครงสร้างหลักภายนอกเซลล์)

      กระดูก เป็นเซลล์มีชีวิตที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างโปรตีนอินทรีย์ที่มีเกลือแร่เป็นส่วนประกอบหลัก    extracellular matrix นี้ประกอบด้วย:

    Organic components (ส่วนประกอบที่เป็นสารอินทรีย์)  โดยมากเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1

    Inorganic components (ส่วนประกอบที่เป็นสารอนินทรีย์) ได้แก่  ไฮดรอกซีแอปาไทต์ (hydroxyapatite) และเกลืออนินทรีย์อื่นๆ เช่น แคลเซียม และฟอสเฟต

      คอลลาเจน ทำให้กระดูกมีแรงต้านทานแรงตึง (tensile strength) - เป็นความต้านการดึงให้ขาดออกจากกัน    ส่วน Hydroxyapatite ทำให้กระดูกมีแรงต้านทานต่อการบีบอัด (compressive strength)

 

        กระดูกทำหน้าที่อะไร

        Mechanical

      กระดูกเป็นกรอบพยุงร่างกาย โดยมีกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น (tendons and ligaments) เชื่อมติดอยู่กับกระดูก  จึงทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้

      กระดูกบางชิ้น  ทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายใน  ตัวอย่างเช่น กระโหลกศีรษะ ทำหน้าที่ปกป้องสมอง   กระดูกซี่โครง ทำหน้าที่ปกป้องปอดและหัวใจ

        Synthesizing

      กระดูกเนื้อโปร่ง (Cancellous bone) ทำหน้าที่ผลิตเม็ดเลือดแดง, เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาว    เม็ดเลือดแดงที่แก่และมีความผิดปกติ ก็จะถูกทำลายที่ไขกระดูก

       

        Metabolic

Electron microscope bone image credit Sbertazzo
 
Electron microscope image of trabecular bone (x100 magnification).
Image credit: Sbertazzo

สะสมแร่ธาตุ (Storing minerals): กระดูกทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บเกลือแร่สำหรับร่างกาย  โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส   รวมทั้งเป็นที่กักเก็บ growth factors บางตัว เช่น  insulin-like growth factor.

กักเก็บไขมัน (Fat storage): กรดไขมัน สามารถถูกจัดเก็บไว้ในเนื้อเยื่อไขมันที่ไขกระดูก

ปรับสมดุลย์กรด-ด่าง (pH balance): กระดูกสามารถปล่อย หรือดูดซึมเกลือแร่ที่เป็นด่าง  ช่วยรักษาพีเอชของเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ขจัดสารพิษ (Detoxification): กระดูกสามารถดูดซึมสารพิษโลหะหนัก และสารพิษอื่นๆในเลือดได้

ทำหน้าที่เป็นต่อมไร้ท่อ (Endocrine function) : กระดูกสามารถหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อไต, ฮอร์โมนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด และการสะสมของไขมัน

รักษาสมดุลย์แคลเซียม (Calcium balance) : กระดูกสามารถเพิ่ม หรือลดระดับแคลเซียมในเลือดได้  โดยการสร้างหรือสลายกระดูก

        กระดูกมีกี่ชนิด                              Types of bone

        ในร่างกายมนุษย์มีกระดูกทั้งหมด 5 ชนิด :

กระดูกยาว (Long bones): ส่วนใหญ่เป็นกระดูกแข็ง  มีไขกระดูกนิดหน่อย  เป็นกระดูกที่อยู่ตามแขนขา เป็นส่วนใหญ่   ทำหน้าที่รับน้ำหนัก และช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกาย

กระดูกสั้น (Short bones): มีเพียงชั้นบางๆของกระดูกแข็ง  เป็นกระดูกที่อยู่ตามข้อมือ  ข้อเท้า

กระดูกแบน (Flat bones) : มักเป็นกระดูกที่บางและโค้ง  ประกอบด้วยกระดูกแข็ง 2 ชั้นอยู่ด้านนอก และกระดูกเนื้อโปร่ง 1 ชั้นด้นใน   เป็นกระดูกที่อยู่ที่กระโหลกศีรษะ และกระดูกหน้าอก (sternum or breastbone)  มักทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายใน

กระดูกในเอ็นกล้ามเนื้อ (Sesamoid bones) : จะฝังตัวอยู่ใน tendons เช่น กระดูกสะบ้าหัวเข่า (patella or kneecap)  ทำหน้าที่ป้องกันเอ็นข้อเข่าไม่ให้ฉีกขาด หรือแรงกด

 

กระดูกรูปร่างไม่แน่นอน (Irregular bones) : เป็นกระดูกที่ไม่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้    เป็นกระดูกชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะแปลกเฉพาะ ไม่สามารถจัดให้อยู่ในกลุ่มของกระดูกยาว, กระดูกสั้น, กระดูกแบน, หรือกระดูกในเอ็นกล้ามเนื้อได้    มักเป็นกระดูกที่มีตำแหน่งตรงแนวแกนกลางของร่างกายหรือลำตัว เช่น กระดูกสันหลัง และกระดูกเชิงกราน   มักมีหน้าที่ปกป้องอวัยวะและเนื้อเยื่อของร่างกาย

โครงกระดูก  แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม  คือ :

        โครงกระดูกรยางค์ (Appendicular skeleton) — เป็นกระดูกบริเวณแขน ขา, ไหล่ และกระดูกที่ประกอบเป็นอุ้งเชิงกราน (pelvic girdle)

         กระดูกแกนกลางของร่างกาย (Axial skeleton) — กระโหลกศีรษะ, กระดูกสันหลัง(vertebral column) ,กระดูกโครงอก (thoracic cage)

        การปรับแต่งกระดูก                         Bone remodeling

Bones in a graveyard
 
Bone is constantly under construction.

        กระดูกจะถูกสร้างและสลายอยู่ตลอดเวลา  ผ่านกระบวนการ 2 อย่าง  คือ :

1. การสลายกระดูกเก่า (Resorption)  โดยเซลล์ osteoclasts ย่อยสลาย            และ   ขจัดเซลล์กระดูกเก่าออกไป

2. การสร้างกระดูกใหม่ (Formation)    ในแต่ละปี ประมาณ 10% ของโครง      กระดูกจะถูกแทนที่ด้วยกระดูกใหม่ 

        การปรับแต่งกระดูกจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ, ปรับรูปร่างสัดส่วนกระดูกในช่วงวัยเจริญเติบโต และช่วยควบคุมระดับแคลเซียม

         ถ้ากระดูกส่วนใดมีการใช้งานหนักกว่าปกติอยู่เป็นระยะเวลานาน   ตัวอย่างเช่น  ระหว่างการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย   กระดูกบริเวณนั้นจะมีการตอบสนองโดยหนาตัวขึ้น
        การปรับแต่งกระดูก อยู่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนหลายชนิด  เช่น พาราไทรอยด์ฮอร์โมน, ฮอร์โมนแคลซิโตนิน, วิตามินดี, ฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง และเทสโทสเตอโรนในเพศชาย

โรคกระดูกพรุนคืออะไร         What is osteoporosis?

        โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นโรคของกระดูก  โดยกระดูกจะมีความหนาแน่นลดลง  ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหักมากขึ้น    และมักพบในสตรีวัยทอง   แต่ก็สามารถเกิดกับสตรีก่อยวัยทอง และในผู้ชายได้

       โรคกระดูกพรุน อาจเกิดจากการที่ร่างกายมีกระบวนการสลายกระดูกเก่าเกิดขึ้นเร็วเกินไป  หรือมีกระบวนการสร้างกระดูกใหม่ช้าไป  หรือทั้งสองอย่าง   หรืออาจเกิดจากการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ  ดื่มแอลกอฮอล์มากเกิน  หรือสูบบุหรี่

 

    ผลิตภัณฑ์ชีวโมเลกุลที่ใช้ในโรคกระดูกเสื่อม  ได้แก่

1. ไวทาลีน : รับประทานครั้งละ 1 เม็ด  วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร 1                        ชั่วโมง  เช้า และ กลางวัน
2. ไบออส : รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด  
วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเย็น

 

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
ธ.กสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ออมทรัพย์
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาลุมพินี ออมทรัพย์
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาถนนรัชดาภิเษก ออมทรัพย์
ธ.ทหารไทย สาขาทองหล่อ ออมทรัพย์
ธ.ยูโอบี สาขาเดอะฟิลสุขุมวิท54 ออมทรัพย์
  • ค่าธรรมเนียม - (ไม่มี)
  • การชำระผ่าน PayPal คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งชำระเงิน เนื่องจากระบบจะจัดการให้คุณทันที ที่คุณชำระเงินเสร็จสมบูรณ์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

NEW PRODUCTS

1,400.00 บาท
  • สั่งซื้อ
3,000.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,550.00 บาท
  • สั่งซื้อ
2,790.00 บาท
3,340.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,400.00 บาท
  • สั่งซื้อ
6,050.00 บาท
6,750.00 บาท
  • สั่งซื้อ

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม55,790 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด26,875 ครั้ง
เปิดร้าน12 ธ.ค. 2557
ร้านค้าอัพเดท20 มิ.ย. 2561
ติดตามร้านของเราผ่านแอพได้แล้ววันนี้
  • พิมพ์ “celltherapybypharm” ในช่อง Search
  • หรือเข้าจากรายการร้านค้าโปรดของฉัน
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก